วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

7 ความลับสุดพลังของ “สบู่ก้อน” ประโยชน์ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน


แม้ในปัจจุบันความนิยมใช้สบู่เหลวจะมีเพิ่มขึ้น แต่อย่าลืมคุณประโยชน์ของ “สบู่ก้อน” ที่เป็นมากกว่าการใช้ฟอกทำความสะอาด เพียงแค่เลือกสบู่ก้อนกลิ่นและสีที่คุณชอบ หรือถ้าไปพักโรงแรมแล้วหยิบติดกระเป๋ากลับมาบ้านคุณก็สามารถใช้ประโยชน์จากสบู่ก้อนได้มากมายหลายข้อ
1.แก้ปัญหาลิ้นชัก บานประตูเลื่อนฝืด
ถ้าเจอปัญหาลิ้นชักฝืดดึงออกยาก หรือบานประตูเลือนฝืดเปิด-ปิดลำบาก เพียงนำสบู่ถูตามขอบลิ้นชัก หรือขอบประตูในบริเวณที่ติดขัด สบู่ก้อนก็ช่วยแก้ปัญหาความฝืดเหล่านั้นได้
2.เพิ่มความสดชื่นให้ลิ้นชัก ตู้เก็บเสื้อผ้า ลิ้นชักในรถยนต์
นอกจากสบู่จะช่วยแก้ปัญหาลิ้นชัก ประตูฝืดแล้ว อีกสิ่งหนึ่งในคุณสมบัติเฉพาะของสบู่ก้อนคือกลิ่นหอมของมันจะทำให้ลิ้นชัก ตู้เสื้อผ้าไม่เหม็นอับ เพียงคุณนำเศษสบู่เหลือใช้ หรือสบู่ก้อนเล็กๆ ตามโรงแรมใส่ไว้ตามลิ้นชัก ตู้เสื้อผ้า เพียงเท่านี้ก็ลดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้า แถมยังทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมอีกด้วย

3.ซ่อนข้อผิดพลาด
เวลาย้ายเฟอร์นิเจอร์ หรือเปลี่ยนที่ตั้งของต่างๆ ภายในบ้าน อาจทำให้เราเห็นรอย หลุม ตำหนิต่างๆ บนผนัง หรือที่พื้น เราสามารถใช้สบู่ถูเติมหลุม หรือรอยนั้นให้เต็มได้
4.ป้องกันฝ้าบนกระจก
ถ้าคุณไม่ชอบฝ้าบนกระจกในห้องน้ำหลังอาบน้ำเสร็จ สบู่สามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ โดยรอให้กระจกแห้งแล้วถูสบู่ลงบนกระจกก่อนใช้ผ้าแห้งเช็ดทำตาม เพียงเท่านี้ครั้งหน้าเมื่ออาบน้ำเสร็จ จะไม่เกิดฝ้าบนกระจกเงาอีกต่อไป วิธีนี้ใช้ได้ทั้งแว่นตาและแว่นกันแดด
5.ปกป้องต้นไม้ของคุณ
การนำเศษสบู่ไว้บนดินในกระถางต้นไม้ จะช่วยป้องกันแมลงที่จะมารบกวนต้นไม้ได้
6.ช่วยให้ทำความสะอาดเครื่องครัวต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
ก่อนที่จะนำกระทะไปใช้หรือโดนความร้อนเพื่อปรุงอาหาร ลองนำสบู่ไปถูเคลือบด้านล่างของกระทะก่อน หลังจากประกอบอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อนำเครื่องครัวมาล้างจะทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
7.เปลี่ยนงานเย็บให้ง่ายขึ้น
ก่อนที่จะนำกระทะไปใช้หรือโดนความร้อนเพื่อปรุงอาหาร ลองนำสบู่ไปถูเคลือบด้านล่างของกระทะก่อน หลังจากประกอบอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อนำเครื่องครัวมาล้างจะทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ลองใช้สบู่ถูไปตามรอยตะเข็บที่จะลงฝีเข็ม จะทำให้ลงฝีเข็มได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นถ้าไม่ต้องการให้เวลาเย็บผ้าแล้วเข็มมีความฝืด ให้ปักเข็มไว้ในสบู่ จะทำให้การเย็บผ้าสะดวกขึ้นมาก
ที่มา:sanook

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เคล็ดลับขจัดคราบเหลือง บริเวณรักแร้และคอเสื้อ ได้ผลดีนักแล


ปัญหาสำหรับเสื้อผ้าที่บ้าน ต้องพบเจอคือเสื้อผ้าสีขาว โทนสีอ่อน เช่น ชุดนักเรียน ชุดนักศึกษา ชุดทำงาน หรือเสื้อตัวโปรด ที่ต้องใช้เป็นประจำ เมื่อสีอ่อน เรามักจะพบว่าเกิดคราบไม่น่ามองขึ้น บริเวณรักแร้และคอเสื้อ มีสีเหลืองขัดเจน ดูไม่สะอาดและเก่าไปก่อนเวลาอันควร
ปัญหาคราบเหลืองบริเวณรักแร้ ส่วนใหญ่ก็มักเกิดจากการใช้โรลออน สเปรย์ระงับกลิ่น โดยเฉพาะหนุ่มๆ บริเวณคอเสื้อ ก็อาจจะเกิดจากจากครีมทาผิว หรือครีมกันแดด เรามาดูเคล็ดลับขจัดคราบเหลือง บริเวณรักแร้และคอเสื้อกัน
คราบเหลือง บริเวณรักแร้และคอเสื้อ ไม่ฝังลึกมาก
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
ให้เพื่อนๆ นำไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ มาป้ายที่รอยคราบ ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วนำไปซักตามปกติ คราบจะจางลง และเสื้อผ้าสะอาด
มะนาว
ผ่ามะนาวแบบครึ่งลูก ขัดที่บริเวณคราบเหลืองๆ จากนั้นนำน้ำมะนาวผสมกับน้ำสะอาด อย่างเท่าๆ กัน นำเสื้อลงไปแช่ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเอามาซักตามปกติ คราบเหลืองจะจางหายลงไป
น้ำส้มสายชู
เทราดลงบนผ้าส่วนที่มีคราบเหลือง แล้วทิ้งเสื้อเอาไว้ก่อนอย่างน้อยประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วค่อยใช้น้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอกมาทาทับลงไป ตามด้วยการใช้แปรงขัดคราบไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะต้องทำซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ถึงจะช่วยให้คราบเหลืองๆ ที่เกาะอยู่จางลง
สบู่ซักผ้าขาว
ก้อนละไม่กี่บาท ซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านทั่วๆ ไป ถูลงบริเวณคราบเหลือง ทั้งบริเวณคอและรักแร้ให้ทั่ว แล้วใช้แปรงซักผ้าขัดถูไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคราบเหลืองหลุดออก แล้วนำไปซักตามปกติ
แวนิช
ผสมผงซักฟอก ผสมน้ำ ตีให้เข้ากัน แล้วนำผ้าลงไปแช่ทิ้งไว้ครู่หนึ่ง จากนั้นทำการซักตามปกติ ผ้าขาวสะอาดเหมือนใหม่ ใช้ทั้งซักมือและเครื่องจะจางลง
น้ำส้มสายชู ผสมไฮเตอร์ ผสมผงซักฟอก
นำผ้าที่มีคราบลงไปแช่ทิ้งไว้สักพัก แล้วซักออกตามปกติ คราบเหลืองจะหาย
สำหรับใครที่ใช้วิธีข้างบนทั้งหมด แล้วยังไม่ได้ผล ต้องใช้วิธีหนักๆ แล้ว
น้ำยาล้างจาน ที่มีสูตรมะนาว 
นำไปป้ายคราบเหลือง แล้วจัดการขัดหรือขยี้ออก จะจางลงอย่างเห็นได้ชัด
หนักสุดๆ ถ้าเป็นผ้าใยสังเคราะห์ประเภทโพลีเอสเตอร์ ที่มีความทนกรด ไม่ใช่ ผ้าฝ้าย และผ้าใยสังเคราะห์ประเภทไนลอน แนะนำ “น้ำยาล้างห้องน้ำ” ด้วยการนำผ้าที่เปื้อนคราบไปจุ่มน้ำให้เปียกก่อน แล้วใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทาลงไปบนคราบ จากนั้นให้ใช้แปรงสีฟันค่อยๆ ขัดคราบออก ออกแน่นอน
ที่มา:sanook

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

อยู่แล้วดี ทำแล้วเฮง 9 สิ่งมีไว้ในบ้าน รับรองโชคดี ไม่มีวันดวงตก


ความโชคดีใครๆ ก็อยากมี อยากได้ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ถ้าทำให้เราโชคดี ก็น่าลอง เช่นเดียวกันกับความเชื่อเรื่องโชคซึ่งเกี่ยวกับบ้านและการออกแบบตกแต่ง  มี 9 สิ่งที่แนะนำให้ทำ หรือมีไว้ในบ้าน รับรองเฮงแน่นอน
1.สีประตู ถ้าประตูหน้าบ้านคุณหันหน้าไปทางทิศใต้ ตามหลักฮวงจุ้ยแนะนำให้ทาประตูสีแดงหรือสีส้ม ถ้าประตูหันหน้าไปทางทิศเหนือแนะนำให้ทาสีน้ำเงินหรือสีดำ ส่วนประตูที่หันไปทางทิศตะวันตกควรทาประตูสีเท่าหรือสีขาว และถ้าประตูหันหน้าไปทางทิศตะวันออกควรทาประตูสีน้ำตาลหรือสีเขียว
2.ผ้าลินินเนื้อนุ่ม มันอาจจะดูไม่ค่อยเกี่ยวข้องสักเท่าไรในเรื่องความโชคดี แต่มีบางงานวิจัยระบุว่าถ้ามีวัตถุดิบที่เป็นผ้าเนื้อนุ่มจะทำให้ชีวิตสงบและสะดวกสบายมากขึ้น
3.รูปปั้นช้าง ช้างเป็นสัตว์ฉลาด และมีความแน่วแน่ นี่จึงเป็นอีกสัญลักษณ์ที่ทำให้คนแนะนำว่าควรวางตุ๊กตาช้างตัวเล็กๆ ไว้ภายในบ้าน เพื่อช่วยปกป้องคุ้มครองคนในครอบครัว
4.ดอกไม้สด ไม่เพียงดอกไม้จะนำมาซึ่งความสุขให้กับคนในบ้านเท่านั้น แต่ตามหลักความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยยังเชื่อว่าดอกไม้สดนำมาซึ่งโชคลาภและเรื่องราวดีๆ แต่แนะนำว่าไม่ควรเลือกใช้ดอกไม้ที่มีหนามเพราะมันจะให้ผลตรงกันข้าม
5.ผลไม้ คุณคงเคยได้ยินว่าทานแอปเปิ้ลสดวันละ 1 ผลจะส่งผลดีต่อสุขภาพ เช่นเดียวกันถ้าคุณนำผลไม้สด หรือผลมะนาวใส่ชามและนำมาวางบนเคาน์เตอร์ก็เชื่อกันว่าจะส่งผลเรื่องเงินทอง โชคลาภด้วยเช่นกัน
6.การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ มีคำแนะนำว่าถ้าเราจัดเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านให้มีลักษณะเป็นวงกลมจะนำความโชคดีมาให้
7.รูปเกือกม้า ตามความเชื่อของหลายๆ คนแนะนำว่าให้ตกแต่งบ้านด้วยรูปเกือกม้า ซึ่งบางคนรู้สึกว่าควรให้ปลายเกือกม้าชี้ขึ้นเพื่อโชคชะตาจะได้ไม่หมด แต่บางคนรู้สึกว่าควรจะให้เกือกม้าชี้ลงเพื่อโชคชะตาจะได้ตกอยู่กับคนในบ้าน
8.ทางเข้าบ้านสะอาดโล่ง ถ้าคุณไม่อยากจ่ายเงินเพื่อเรื่องฮวงจุ้ย หรือซื้อสัญลักษณ์เพื่อเรื่องโชคลาง เพียงแค่ทำความสะอาดทางเข้าออกของบ้านให้โล่ง เป็นระเบียบ ไม่รกรุงรังก็ช่วยทำให้เกิดโชคดีๆ ขึ้นในบ้านแล้ว
9.กระจก ตามหลักฮวงจุ้ยกระจกถูกนำมาใช้เพื่อดึงพลังงานในเชิงบวก เมื่อคุณวางกระจกไว้ในตำแหน่งที่สะท้อนมุมมองที่สวยงาม หรือมาจากสวนด้านนอกก็จะทำให้บ้านของคุณเต็มไปด้วยพลังบวก
ที่มา:sanook

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

5 งาน DIY เปลี่ยนไม้เก่ากลายเป็นของแต่งบ้าน


หากอยู่ว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร คิดออกแล้วค่ะ มาเปลี่ยนไม้เก่าของเหลือใช้ให้เป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสุดแนวกันดีกว่า มีอะไรบ้างที่พอจะหยิบจับมาแปลงโฉมให้กลายเป็นของตกแต่งบ้านได้ มาดูพร้อมๆ กันเลย
ชั้นวางของจากบานหน้าต่างเก่า ทำชั้นวางของจากวัสดุไม้และเหล็กให้เน้นความเรียบง่าย ผสมกลิ่นอายอินดัสเทรียลให้ดูสอดคล้องไปกับของประดับที่นำมาวาง เพื่อให้ได้ลุคเท่ๆ มีการใช้โลหะและวัสดุไม้เหลือใช้ อาทิ เช่น บานหน้าต่างเก่ามาทำเป็นท็อปสำหรับชั้นวางของ เพิ่มล้อเลื่อนสามารถสับเปลี่ยน ย้ายที่ ได้อย่างสะดวกสบาย
โต๊ะกาแฟและม้านั่ง ทำโต๊ะกาแฟแบบง่ายๆจากกล่องไม้ทรงสี่เหลี่ยม โต๊ะนี้ไม่ต้องทำอะไรมากเลย แค่หากล่องมาวางและขัดผิวให้เรียบก็ใช้ได้แล้วค่ะ ส่วนม้านั่ง ใช้ไม้ 3 แผ่น เจาะช่องไม้ทั้งสองแผ่นตามรูป จากนั้นนำไม้แผ่นยาวมาเชื่อมไว้ด้วยกัน เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับที่นั่งเก๋ๆ

ที่แขวนจิ๋ว ทำที่แขวนจิ๋วชิ้นงานขนาดเล็กแต่น่าใช้งาน ด้วยการนำกิ่งไม้มาขัดผิวให้เรียบ เคลือบสีขัดเงา จากนั้นมาติดผนังห้อง ใช้เป็นที่แขวนอเนกประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ หรือผลงานศิลปะก็ได้

โต๊ะทานอาหารจากไม้พาเลท นำลังไม้พาเลทเก่ามาวางเรียงซ้อนกันสำหรับใช้เป็นโต๊ะทานข้าวเก๋ๆ เพิ่มความสดใสด้วยผ้าปูโต๊ะสีชมพู อีกหนึ่งไอเดียแสนง่ายในราคาแสนประหยัด นำโต๊ะที่ได้มาจัดวางคู่กับเก้าอี้ไม้ในสไตล์เดียวกัน ทำให้การตกแต่งภายในบ้านดูร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกันยิ่งขึ้น 

DIY ที่แขวนผ้า สร้างคาแรคเตอร์ของบ้านไม้ให้ดูน่าสนใจ ด้วยการหยิบข้าวของมาตกแต่งไปในทางเดียวกัน ห้องนี้มีม้านั่งไม้อยู่แล้ว ให้เพิ่มตะขอสำหรับแขวนเสื้อผ้าแบบง่ายๆ ด้วยการนำตะขอมายึดติดกับแผ่นไม้ที่เตรียมไว้ จากนั้นยึดด้วยเหล็กยึดไม้เข้ากับผนัง เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ ได้ที่แขวนผ้าเก๋ๆเข้ากับธีมของห้อง
ที่มา:sanook

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

วิธีเลือกกระเบื้องตกแต่งบ้านให้ปลอดภัยกับคนในครอบครัว


บางครอบครัวใช้ชีวิตแบบครอบครัวใหญ่ ที่มีคนต่างรุ่นต่างวัยอยู่อาศัยภายใต้ชายคาเดียวกัน ดังนั้นการเลือกวัสดุตกแต่งหรือฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในบ้านต้องครอบคลุมและคำนึงถึงการใช้งานร่วมกัน เพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยไปพร้อมๆ กัน
สำหรับวัสดุปูพื้นหรือ "กระเบื้อง" นั้นไม่เพียงแต่ยึดหลักการเลือกจากลวดลาย สีสัน และความชอบเพียงแค่นั้น แต่ถ้าบ้านหลังไหนมีผู้สูงอายุ หรือเด็กน้อยอยู่ ก็ควรคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทั้ง 2 วัยที่กล่าวมานั้นมีลักษณะการเคลื่อนไหวที่ไม่มั่นคง เสี่ยงต่อการล้มได้ง่าย ปัจจุบันกระเบื้องเซรามิกปูพื้นมีลักษณะ รูปแบบของพื้นผิวให้เลือกตามความเหมาะสมของการใช้งาน แบ่งออกเป็น
-กระเบื้องผิวหยาบ : กระเบื้องชนิดนี้จะมีลวดลายที่ให้เท็กซ์เจอร์บนพื้นผิวกระเบื้อง “ไม่เรียบ ไม่มันวาว” มีร่องรอยความนูนหรือให้ความรู้สึกขรุขระตามลวดลาย เช่น ลายหิน จะให้ความรู้สึกสัมผัสคล้ายหินธรรมชาติ เป็นต้น ช่วยในเรื่องของการยึดเกาะที่ดี เหมาะสำหรับการนำไปใช้บริเวณพื้นที่ต้องโดนน้ำบ่อยๆ อย่างพื้นห้องน้ำ ลายซักล้าง หรือพื้นหน้าบ้าน
-กระเบื้องผิวด้าน :  สำหรับกระเบื้องชนิดนี้เป็นกระเบื้องผิวด้าน “พื้นผิวเรียบ ไม่มันวาว” เหมาะสำหรับการนำไปปูพื้นห้องครัว หรือห้องนอน
-กระเบื้องผิวมัน  กระเบื้องพื้นผิวมันเป็นกระเบื้องที่มี “พื้นผิวเรียบ มันวาว” เหมาะสำหรับการนำไปปูบริเวณห้องรับแขก เพราะจะช่วยให้บ้านของคุณดูสวยงามและมีกลิ่นอายของความหรูหราอีกด้วย
ที่มา:sanook

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561

10 ทริคจัดหิ้งพระในบ้านอย่างไรให้เป็นสิริมงคลกับเจ้าของ


บ้านแต่ละหลังย่อมมีหิ้งพระ หรือมากกว่านั้นอาจจะมีหิ้งเทพ หิ้งรูปบรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่ก็ยังพบปัญหาว่าหลายคนไม่ทราบว่าควรจัดวาง ตั้งหิ้งพระไว้บริเวณใดของบ้านถึงเหมาะสมและเป็นมงคลกับชีวิต รวมถึงอาจเผลอวางหิ้งพระผิดที่ผิดทางจนเกิดความไม่เป็นมงคลได้ 

1.หมั่นดูแลหิ้งพระให้สะอาดอยู่เสมอ หลายจุดในบ้านเจ้าของบ้านให้ความสำคัญแต่บางครั้งหลงลืมตำแหน่งของหิ้งพระ ดังนั้นต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดองค์พระหรือรูปเทพ เพราะหากองค์พระหรือรูปเทพมีฝุ่นจับเชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย นอกจากนั้นควรหมั่นเปลี่ยนน้ำ ดอกไม้ในแจกันบูชาเพื่อให้ชีวิตของคนในบ้านสดชื่น แจ่มใสอยู่ตลอดเวลา
2.เลือกตำแหน่งที่สงบ หิ้งพระควรตั้งอยู่ในพื้นที่ๆ สงบ ไร้เสียงรบกวน จอแจ เช่นบางบ้านประดับหิ้งพระไว้บริเวณประตูเข้า-ออก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าคนในบ้านจะพบแต่ความวุ่นวาย
3.หิ้งพระไม่ควรติดตั้งผนังเดียวกับห้องน้ำหรือห้องครัว รวมถึงไม่ควรหันหน้าหิ้งบูชาไปตรงกับประตูห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย มีเรื่องขัดแย้งหรือเงินทองรั่วไหล
4.หิ้งพระบนหลังตู้ควรสูงกว่าศีรษะ หากคุณพักอาศัยในคอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์หิ้งพระควรอยู่สูงกว่าศีรษะเพราะมันเกี่ยวพันกับความเจริญก้าวหน้า อาชีพการงาน
5.ห้องพระคือห้องพระ ห้องพระก็คือห้องสำหรับตั้งบูชาพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว เราอย่าใช้ห้องพระไว้เก็บข้าวของชนิดอื่นๆ รวมทั้งห้องพระไม่ควรอยู่ติดกับห้องน้ำหรือมีประตูตรงกับห้องน้ำ
6.หิ้งพระไม่ควรตั้งอยู่ปลายเตียง หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรตั้งหิ้งบูชาไว้ในห้องนอน เนื่องจากเราอาจมีกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าหิ้งพระเช่นการเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือการร่วมหลับนอนของคู่สามี-ภรรยา อีกทั้งยังไม่ควรหันหน้าหิ้งพระไปยังทิศที่เตียงตั้งอยู่ด้วย
7.ห้องรับแขกไม่ใช่ที่ตั้งของหิ้งบูชา อย่างที่บอกว่าหิ้งพระควรตั้งอยู่ในห้องที่ค่อนข้างมีบรรยากาศสงบ
8.บนหิ้งพระควรมีองค์พระหรือองค์เทพเป็นจำนวนเลขคี่
9.หลีกเลี่ยงการตั้งหิ้งบูชาไว้ใต้คาน เพราะหมายถึงดวงชะตาของเจ้าของบ้านอาจถูกกดทับ และมักมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่เสมอ
10.หิ้งพระควรตั้งอยู่ในมุมที่เป็นสัดส่วน ไม่ใช่เมื่ออยู่นอกบ้านแล้วสามารถมองเห็นหิ้งพระในบ้านอย่างชัดเจน เช่นนั้นถือว่าไม่ดี
นอกจากนี้ยังมีทิศต้องห้ามไม่ให้เจ้าของบ้านตั้งหิ้งพระอีกด้วย มาดูกันว่าคุณเกิดปีไหนและห้ามไม่ให้ตั้งหิ้งพระตรงไหน

เจ้าของบ้านเกิดปีชวด ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะส่งผลให้เจ้าบ้านเกิดอันตราย จนอาจถึงขั้นเสียชีวิต
เจ้าของบ้านเกิดปีฉลู ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้เจ้าบ้าน เกิดการเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน
เจ้าของบ้านเกิดปีขาล ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้ผู้หญิงและสมาชิกในครอบครัวเกิดอันตราย
เจ้าของบ้านเกิดปีเถาะ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้เกิดความสูญเสียคนในบ้านจะเสียชีวิต
เจ้าของบ้านเกิดปีมะโรง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้คนในบ้านเกิดการเสียหายทั้งชายและหญิง
เจ้าของบ้านเกิดปีมะเส็ง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชา หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้คนในครอบครัวมีความยุ่งยากที่สุดจนหาความสงบสุขไม่ได้
เจ้าของบ้านเกิดปีมะเมีย ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศใต้ จะส่งผลให้เกิดเรื่องราวอัปมงคลขึ้นภายในบ้าน
เจ้าของบ้านเกิดปีมะแม ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้ครอบครัว เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
เจ้าของบ้านเกิดปีวอก ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับสมาชิกเพศชายในครอบครัว
เจ้าของบ้านเกิดปีระกา ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพราะ จะทำให้ความทุกข์โศกมาเยือนครอบครัวจนต้องร้องให้อยู่เสมอ
เจ้าของบ้านเกิดปีจอ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะส่งผลร้ายให้สมาชิกในครอบครัวอย่างมาก ถึงขั้นเสียชีวิตได้
เจ้าของบ้านเกิดปีกุน ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ ในครอบครัวอยู่ตลอด เสียเงินเสียทองขึ้นโรงขึ้นศาล
ที่มา:sanook

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561

เคล็ดลับวิธีการที่ทำให้ผ้าขนหนูดูน่าใช้อยู่ตลอดเวลา


การดูแลของใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ทุกวันต้องใช้ นั้นก็คือวิธีการที่ทำให้ผ้าขนหนู ดูน่าใช้อยู่ตลอดเวลา ของใช้สำคัญในชีวิตประจำวันที่เราขาดไม่ได้ ใช้หลังการอาบน้ำทุกวัน เรามาดูเทคนิค การดูแล ทำความสะอาดผ้าขนหนู ให้สะอาดดูดีอยู่เสมอมาฝากเพื่อนๆ กัน
1.หลีกเลี่ยงน้ำยาปรับผ้านุ่ม
เพื่อนๆ หลายคนเข้าใจว่าการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ทำให้ผ้าขนหนูที่ใช้นุ่ม ๆ หอม ๆ  แต่ความจริงแล้วจะไปทำปฏิกิริยากับเส้นใยธรรมชาติ ในผ้าขนหนู ขนนุ่มตามธรรมชาติที่ฟูนุ่มก็กลายเป็นว่าทำให้ผ้าแข็งกระด้าง แต่ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อผลิตสูตรออกมาเพื่อซักผ้าขนหนู ลองใช้แนวนี้ดู
2.เก็บผ้าขนหนูให้ห่างจากผลิตภัณฑ์สกินแคร์
ไม่ควรจะให้ผ้าขนหนูไปโดน ครีมบำรุงผิวต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เปอร์ออกไซด์หรือกรดอัลฟาไฮดรอกซีจะทำให้ผ้าขนหนูสีกระดำกระด่าง ผ้าขนหนูเปลี่ยนสีได้คงไม่น่าใช้เท่าไหร่
3.ใช้ผ้าขนหนู 3 ครั้งแล้วควรซัก
ผ้าที่เปียกชื้นถือเป็นแหล่งเชิญเจ้าเชื้อราทั้งหลายที่พร้อมจะมาอาศัยและเจริญเติบโต
4.ควรซักผ้าขนหนูด้วยน้ำเย็น และใช้ผงซักผ้าน้อย 
ทำความสะอาดผ้าขนหนูด้วยการซักในน้ำเย็น ถนอมให้ผ้าของเรามีสีสันที่สดใส และใช้ผงซักฟอกในปริมาณน้อย ทำให้เส้นใยในผ้าไม่แห้งแข็งเกินเมื่อแห้ง
5.แขวนผ้าเช็ดตัว ไว้บนราวเสมอ

ที่มา:sanook